พ่อได้ยินลูกบอก "มีคนตาม มีโดรนจับตา" เฉลยความจริงเจ็บปวดหลังประตูห้อง!

พ่อได้ยินลูกบอก "มีคนตาม มีโดรนจับตา" เฉลยความจริงเจ็บปวดหลังประตูห้อง!

พ่อได้ยินลูกบอก "มีคนตาม มีโดรนจับตา" เฉลยความจริงเจ็บปวดหลังประตูห้อง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พ่อได้ยินลูกบอก “มีคนตาม มีโดรนบนฟ้าคอยจับตา” สุดท้ายพบความจริงที่เจ็บปวด

จากเล่นเกมวันละ 8 ชั่วโมง สู่ความผิดปกติทางความคิด เปิดภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

เด็กติดเกมอาจไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้เวลาหน้าจอมากเกินไป แต่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ และสุขภาพจิต หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ปัญหาเด็กติดเกมเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองหลายครอบครัวกังวล แต่ในบางกรณี ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะโลกเสมือนที่เด็กใช้เวลาอยู่เป็นเวลานาน อาจค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ชีวิตจริง จนส่งผลต่อความคิด การนอนหลับ การเรียน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

หนึ่งในกรณีที่ถูกนำเสนอผ่านรายการของสื่อเวียดนาม โดยอ้างอิงจากรายงานของ VTV ระบุถึงวัยรุ่นชายอายุ 17 ปี ที่เข้ารับการรักษาด้วยภาวะจิตเภทและความผิดปกติด้านความคิด หลังจากมีพฤติกรรมติดเกมออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

เด็กชายรายนี้เคยใช้เวลาอยู่กับเกมออนไลน์มากถึงวันละประมาณ 8 ชั่วโมง โดยครอบครัวไม่ทราบถึงระดับความรุนแรงของพฤติกรรม เพราะเมื่อปิดประตูห้อง พ่อแม่เข้าใจว่าลูกกำลังอ่านหนังสือหรือเตรียมสอบ

จาก “เล่นเกมในห้อง” สู่โลกที่แยกไม่ออกจากความจริง

ครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เมื่อเด็กชายเริ่มพูดว่ามีคนติดตามตัว มีการติดตั้งกล้องบนท้องฟ้าเพื่อเฝ้าดูเขา รวมถึงพูดถึงบุคคลต่าง ๆ ที่คอยจับตาอยู่ตลอดเวลา

คุณพ่อเล่าว่า ก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดว่าลูกจะมีปัญหาร้ายแรง เพราะมองว่าลูกเป็นเด็กเรียบร้อย แม้บางคืนจะเล่นเกมจนถึงเช้า แต่ครอบครัวไม่เข้าใจว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจได้

นอกจากกรณีดังกล่าว ยังมีรายงานถึงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อีกรายที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ขว้างสิ่งของ อยากมีเรื่องกับผู้อื่น ขาดสมาธิ และมีอาการเกี่ยวข้องกับภาวะทางอารมณ์ จนต้องเข้ารับการรักษา

ก่อนหน้านั้น เด็กคนดังกล่าวใช้เวลาอยู่กับโซเชียลมีเดียและเกมออนไลน์เป็นเวลานาน พร้อมพูดถึง “ภารกิจ” ในเกมราวกับเป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จในชีวิตจริง ครอบครัวยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าการเล่นเกมจะพัฒนาไปไกลจนส่งผลต่อพฤติกรรมและความคิดของลูก

เมื่อโลกเสมือนเริ่มเข้ามาควบคุมชีวิตจริง

แพทย์อธิบายว่า ผู้ที่มีภาวะติดเกมมักมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถจำกัดเวลาเล่นเกมได้ และอาจเล่นต่อเนื่องจนอดนอน
  • ให้ความสำคัญกับเกมมากเกินไป จนเกมกลายเป็นสิ่งสำคัญกว่าการเรียน การทำงาน หรือการเข้าสังคม
  • ยังเล่นต่อแม้เกิดผลเสีย ทั้งด้านสุขภาพ ความสัมพันธ์ และสภาพจิตใจ

การรักษาภาวะติดเกมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตจำเป็นต้องใช้หลายแนวทางร่วมกัน ทั้งการรักษาด้วยยา การบำบัดทางจิตสังคม และการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การแก้ปัญหาไม่ได้หมายถึงเพียงการยึดโทรศัพท์หรือห้ามใช้คอมพิวเตอร์เท่านั้น เพราะหากไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เด็กอาจยังคงพยายามกลับเข้าสู่โลกเสมือนอีกครั้ง

สิ่งสำคัญคือการช่วยให้เด็กกลับมาเชื่อมโยงกับชีวิตจริง ทั้งการนอนหลับให้เพียงพอ การเรียน การออกกำลังกาย การทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว และการมีพื้นที่พูดคุยเพื่อระบายความเครียด

พ่อแม่รู้หรือไม่ว่า หลังประตูห้องปิด ลูกกำลังทำอะไรอยู่?

กรณีของครอบครัวนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ปกครอง เพราะการดูแลลูกไม่ได้หมายถึงเพียงการให้พื้นที่ส่วนตัวหรือเชื่อใจว่าลูกเป็นเด็กดีเท่านั้น แต่ยังต้องมีการสังเกต พูดคุย และเข้าใจโลกของลูกอยู่เสมอ

พ่อแม่ควรรู้ว่าลูกเล่นเกมนานแค่ไหน เล่นเกมประเภทใด เล่นกับใคร และเกมมีบทบาทมากเกินไปในชีวิตประจำวันหรือไม่ เพราะเกมสามารถเป็นเพียงกิจกรรมผ่อนคลายได้ หากเด็กยังเป็นผู้ควบคุมการใช้งาน

แต่เมื่อเกมเริ่มเข้ามาแทนที่ชีวิตจริง เด็กอดนอนเพื่อเล่นเกม ไม่สนใจการเรียน หรือเริ่มมีความคิดและพฤติกรรมผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เกม” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ต้องได้รับการดูแล

วิธีช่วยป้องกันปัญหาเด็กติดเกม

  • กำหนดขอบเขตการใช้หน้าจอ: วางกติกาเรื่องเวลาเล่นเกมอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการให้เด็กนำโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เข้าไปใช้ในห้องนอนช่วงเวลาพักผ่อน
  • เพิ่มกิจกรรมนอกหน้าจอ: สนับสนุนให้เด็กเล่นกีฬา ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพื่อให้มีความสุขจากประสบการณ์ในโลกจริง
  • สังเกตความเปลี่ยนแปลง: หากเด็กเริ่มนอนดึกเป็นประจำ อารมณ์รุนแรงขึ้น ผลการเรียนลดลง หรือพูดถึงเรื่องผิดปกติ ควรพูดคุยและพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เด็กทุกคนอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัวเมื่อเติบโตขึ้น แต่พื้นที่ส่วนตัวไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองควรห่างออกจากโลกของลูก เพราะบางครั้งหลังประตูที่ปิดอยู่ อาจเป็นเพียงเด็กที่กำลังเล่นเกม แต่ในบางกรณี อาจเป็นเด็กที่กำลังค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการแยกโลกเสมือนออกจากโลกจริง

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลด้านพฤติกรรมและสุขภาพจิต ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค เด็กที่มีอาการผิดปกติควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล